วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557

การย้ายตัวอ่อนบลาสโตซิส (BLASTOSIS CULTURE)

  • การย้ายตัวอ่อนบลาสโตซิส (BLASTOSIS CULTURE)
  • BLASTOCYST CULTURE เป็นขบวนการเลี้ยงตัวอ่อนที่เกิดจากการปฏิสนธิของไข่ภายในห้องปฏิบัติการที่ได้คุณภาพและมาตรฐาน รวมไปถึงการใช้น้ำยาที่มีสารอาหารที่เหมาะสม จนกระทั่งตัวอ่อนสามารถเจริญเติบโตได้จำนวนเซลล์ที่มากถึง 60 ถึง 200 เซลล์ขึ้นไป ซึ่งโดยทั่วไปตัวอ่อนระยะนี้จะเกิดขึ้นหลังจากเลี้ยงตัวอ่อนได้ 5 – 6 วัน หลังจากที่มีการเจาะเก็บไข่ อย่างไรก็ตามไม่ใช่ตัวอ่อนทั้งหมดที่แข็งแรงมากพอที่จะเข้าสู่ระยะบลาสโตซีสต์ ในความเป็นจริงแล้ว เพียงแค่ 50% ของตัวอ่อนจะตายไปบางส่วนในระยะหลังจากวันที่ 3 ดังนั้นก็เป็นการพิสูจน์ว่าการย้ายตัวอ่อนที่แข็งแรงกว่านั่นคือระยะ บลาสโตซิสต์จะได้ผลสำเร็จประมาณ 50% เทียบกับระยะอื่นอยู่ที่ประมาณ 35%
  • ประโยชน์ของการเลี้ยงและย้ายกลับตัวอ่อนระยะ BLASTOCYST
  • 10.1เป็นการเลียนแบบธรรมชาติที่ใกล้เคียงที่สุด
  • 10.2เป็นการคัดเลือกตัวอ่อนที่ดีที่สุดเพื่อย้ายกลับให้แก่ผู้เข้ารับการรักษา
  • 10.3เป็นการคัดกรองตัวอ่อนเบื้องต้น
  • 10.4ช่วยให้โพรงมดลูกอยู่ในสภาพที่พร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน
  • 10.5ตัวอ่อนที่เหลือสามารถแช่แข็งเก็บไว้ได้
  • การแช่แข็งตัวอ่อน (Embryo Freezing)

    การแช่แข็งตัวอ่อน (Embryo Freezing)
    ตั้งแต่เริ่มเข้ารักษาภาวะผู้มีบุตรยาก จะต้องมีการกระตุ้นไข่เพื่อให้ได้จำนวนที่มากพอ เพื่อเพิ่มจำนวนตัวเลือกของตัวอ่อน เมื่อปริมาณตัวอ่อนที่มากและผู้ที่ไม่ประสงค์ที่จะตั้งครรภ์แฝด จึงมีวิธีการแช่แข็งตัวอ่อนในไนโตรเจนเหลว และตัวอ่อนที่แช่แข็งไว้สามารถนำมาใช้ในรอบต่อไปได้ โดยที่ไม่ต้องกระตุ้นไข่ใหม่ ซึ่งในการแช่แข็งตัวอ่อนก็สามารถเก็บไว้ได้นานหลายปีเช่นกัน

    Img

    การแช่แข็งอสุจิ (Sperm freezing)


    การแช่แข็งอสุจิ คือการเก็บอสุจิไว้ในถึงไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิ -196 ?C ซึ่งสามารถเก็บไว้ได้นานเกิน 10 ปี ซึ่งเป็นบริการสำหรับฝ่ายชายที่จะต้องเข้ารับการรักษาบางอย่างซึ่งมีการฉายรังสี, ฝ่ายชายที่ต้องการทำหมัน, หรือในกรณีที่ฝ่ายชายไม่สามารถมาเก็บน้ำเชื้อในวันเดียวกับที่ฝ่ายหญิงจะทำการเก็บไข่ โดยสามารถมาที่คลีนิคก่อนและเก็บน้ำเชื้อแช่แข็งไว้ก่อนได้
    ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผลสำเร็จของการแช่แข็งอสุจิได้แก่

    *คุณภาพของอสุจิก่อนการแช่แข็ง
    *ชนิดและความเข้มข้นของสารป้องกันการถูกทำลายของอสุจิ
    *อุณหภูมิที่ใช้ในการแช่แข็งและการละลาย

    การผ่าตัดหาเชื้ออสุจิ

    การผ่าตัดหาเชื้ออสุจิ


         การผ่าตัดหาเชื้ออสุจิเป็นอีกวิธีหนึ่งของการรักษาผู้มีบุตรยาก ซึ่งเหมาะสำหรับการรักษาปัญหาผู้มีบุตรยากโดยฝ่ายชาย ในกรณีที่ฝ่ายชายเป็นหมัน คือ ไม่มีตัวอสุจิออกมาในน้ำน้ำเชื้อที่หลั่งออกมาเลย ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การอุดตันของท่อนำอสุจิ, ไม่มีท่อนำอสุจิมาตั้งแต่กำเนิด, มีปัญหาของการหลั่ง, ตัวอสุจิที่หลั่งออกมาตายหมด หรือมีการอักเสบของอัณฑะเนื่องจากเชื้อไวรัสคางทูมหรืออื่นๆ ในอดีตผู้ที่ประสบปัญหาดังกล่าวจะไม่สามารพมีบุตรของตนเองได้ นอกจากจะใช้อสุจิจากน้ำเชื้อของผู้บริจาคเท่านั้น แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีและวิวัฒนาการที่ล้ำสมัยยิ่ง จึงสามารถช่วยให้ฝ่ายชายที่ประสบปัญหาเหล่านี้สามารถมีบุตรของตนเองได้ โดยวิธีการดังต่อไปนี้
         *PESA (Percutaneous Epididymal Sperm Aspiration) คือการใช้เข็มแทงผ่านผิวหนังบริเวณอัณฑะเข้าไปในท่อพักน้ำเชื้อ แล้วดูดตัวอสุจิออกมา เมื่อพบตัวอสุจิแล้วก็จะนำเอามาเจาะใส่ไข่เพียงตัวเดียวโดยใช้เครื่องมือพิเศษ(Micromanipulator) และเรียกวิธีนี้ว่า ICSI (Intracytoplasmic sperm injection) ต่อไป
         *TESE (Testicular Epididymal sperm Extraction) คือการผ่าตัดเอาเนื้ออัณฑะออกมาเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วแยกตัวอสุจิที่อยู่ในเนื้ออัณฑะออกมา จากนั้นก็นำไปทำ ICSI ต่อไป
         *TESA (Testicular Sperm Aspiration) คือการใช้เข็มแทงผ่านผิวหนังบริเวณอัณฑะเข้าไปในลูกอัณฑะ แล้วดูดตัวอสุจิออกมา จากนั้นก็นำไปทำ ICSI ต่อไป
         *MESA (Microsurgical Epiddymal Sperm Aspiration) คือการผ่าตัดเข้าไปหาท่อพักน้ำเชื้อส่วน epididymis แล้วจึงใช้เข็มแทงเข้าไป และดูดตัวอสุจิออกมา จากนั้นก็นำไปทำ ICSI ต่อไป

    การเตรียมเชื้ออสุจิ (Sperm Preparation)

    • การเตรียมเชื้ออสุจิ (Sperm Preparation)


      ในวันที่แพทย์จะทำการฉีดเชื้อหรือทำการเจาะเก็บไข่ แพทย์จะนัดให้ฝ่ายชายมาเก็บเชื้ออสุจิเพื่อให้ห้องปฏิบัติการแต่หากไม่สะดวกที่จะมาในวันนั้น ฝ่ายชายสามารถเก็บเชื้ออสุจิและทำการแช่แข็งเก็บไว้ก่อนได้ หลังจากที่ได้รับเชื่ออสุจิแล้ว ห้องปฏิบัติการจะทำการคัดเลือกตัวอสุจิที่แข็งแรงและพร้อมที่จะเกิดการปฏิสนธิ เพื่อที่จะทำการปฏิสนธิกับไข่ โดยทางห้องปฏิบัติการจะเตรียมน้ำเชื้อโดยเลียนแบบธรรมชาติ คือต้องมีการแยกอสุจิที่ปกติออกมา เพื่อให้ได้อสุจิที่มีคุณภาพและมีปริมาณที่มากพอ
      ห้องปฏิบัติการจะวิเคราะห์และเตรียมอสุจิโดยวิธีดังต่อไปนี้
      6.1 Simple Washing
      6.2 Gradient Separation
      6.3 Swim up

    วันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2557

    การตรวจทางพันธุกรรมของตัวอ่อน

    การตรวจทางพันธุกรรมของตัวอ่อน

          การตรวจสารพันธุกรรมก่อนการฝังตัวของตัวอ่อน ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ต่อความสำเร็จของการตั้งครรภ์ เนื่องจากมีคู่สมรสหลายคู่ที่ล้มเหลวจากการทำเด็กหลอดแก้วโดยไม่ทราบสาเหตุ ดังนั้นจึงมีการคาดการจากผู้เชี่ยวชาญว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของความล้มเหลวจากการทำเด็กหลอดแก้วโดยไม่ทราบสาเหตุอธิบายได้ว่าอาจเกิดจากคุณภาพของตัวอ่อน การแบ่งตัวที่ไม่สมบูรณ์ หรือความผิดปกติของพันธุกรรมที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดังนั้นการตรวจสารพันธุกรรมก่อนการฝังตัวของตัวอ่อน โดยแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยทำให้โอกาสต่อความสำเร็จของการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากจะทำให้ได้ตรวจลึกไปถึงระดับโครโมโซม ว่ามีโครโมโซมคู่ไหนที่มีความผิดปกติ จนไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้อีกทั้งยังรวมถึงการตรวจโครโมโซมคู่สุดท้าย ที่สามารถระบุได้ว่าตัวอ่อนเป็นเพศหญิง หรือเพศชายเพื่อความเหมาะสมในการคัดเลือกเพศต่อไป
    ใครที่มีข้อบ่งชี้ในการตรวจคัดกรองทางพันธุกรรม
    *เคยทำเด็กหลอดแก้วมาก่อนแล้วไม่สำเร็จโดยไม่ทราบสาเหตุ
    *หญิงที่เกิดภาวะแท้งซ้ำซาก
    *หญิงอายุมากกว่า 38 ปี
    *เคยมีการตั้งครรภ์เด็กที่มีโครโมโซมผิดปกติมาก่อน เช่น ดาวน์ซินโดรม
    *คู่สมรสที่ต้องการเลือกเพศบุตร
    วิธีการตรวจคัดกรองทางพันธุกรรม
    *PGD (Preimplantation Genetic Diagnosis) เป็นวิธีการตรวจเพื่อคัดกรองโรคทางพันธุกรรม โดยสามารถ ตรวจคัดกรองโครโมโซมทั้งหมด 5 คู่ จาก 23 คู่ ได้แก่ โครโมโซมคู่ที่ 13,18, 21, โครโมโซม X และ Y
    *Micro Array เป็นวิธีการตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรมเช่นเดียวกัน แต่แตกต่างจากการตรวจ PGD โดยที่การตรวจวิธีนี้สามารถคัดกรองโครโมโซมได้ทั้งหมด 23 คู่ ดังนั้นผลสำเร็จในการรักษาจึงค่อนข้างสูง

    วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2557

    เจาะเปลือกไข่ (Assisted hatching)

    เจาะเปลือกไข่ (Assisted hatching)

    โดยทั่วไปในธรรมชาติของของมนุษย์ ไข่และตัวอ่อนระยะต่างๆ จะมีเปลือกที่เรียกว่า Zona Pellucida ห่อหุ้มเซลล์ไว้ เพื่อช่วยป้องกันอันตรายของตัวอ่อน จากสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม จนถึงระยะเวลาที่ตัวอ่อนเจริญเติบโตเต็มที่จนถึงระยะที่จะเกิดการฝังตัว (Blastocyst) โดยทั่วไปแล้วตัวอ่อนจะเจาะเปลือกออกมาเพื่อฝังตัวในโพรงมดลูก แต่ในบางครั้งจากปัจจัยที่ไม่ทราบสาเหตุ ก็ส่งผลให้ตัวอ่อนไม่สามารถเจาะเปลือกออกมาเพื่อฝังตัวเองได้ แต่จากวิวัฒนาการการรักษาที่ได้พัฒนาขึ้นมา ทางห้องปฏิบัติการเลี้ยงตัวอ่อน จึงมีวิธีช่วยให้การฝังตัวของตัวอ่อนในโพรงมดลูกเกิดได้ง่ายขึ้น โดดวยการช่วยทำให้เปลือกตัวอ่อนบางลง หรือการเปิดเปลือกตัวอ่อน (Assisted Hatching) บางส่วนให้นั่นเอง
    ใครที่ควรใช้หัตถการในการเปิดเปลือกตัวอ่อน (Assisted Hatching)
    *หญิงที่มีอายุมากกว่า 37 ปี
    *หญิงที่มีฮอร์โมน FSH ในวันที่สามของประจำเดือนสูงผิดปกติ
    *คู่สมรสที่ล้มเหลวจากการทำเด็กหลอดแก้วในหลายรอบ
    *คู่สมรสที่มีตัวอ่อนเปลือกหนา

    วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2557

    การฉีดเชื้อผสมเทียม (IUI)

    การฉีดเชื้อผสมเทียม (IUI)


    การฉีดเชื้อผสมเทียม คือการนำเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อจุดประสงค์ในการเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ โดยมีข้อบ่งชี้ ในกรณีที่ฝ่ายหญิงมีภูมิคุ้มกันของเชื้ออสุจิ, กรณีที่เชื้ออสุจิไม่ได้คุณภาพหรือจำนวนอสุจิมีน้อย และนอกจากนั้นอาจ มีกรณีของการที่ตรวจไม่พบสาเหตุของภาวะการมีบุตรยาก ก็ถือว่าเป็นข้อบ่งชี้ในการฉีดเชื้อผสมเทียมด้วยเช่นกัน


    Img
    *ระยะเวลาในการทำการฉีดเชื้อ
    โดยส่วนใหญ่แล้วระยะเวลามีความสำคัญต่อการฉีดเชื้อมากกว่าการมีเพศสัมพันธ์โดยธรรมชาติ เนื่องจากการมีเพศ สัมพันธ์ทางธรรมชาติ เชื้ออสุจิต้องมีการเคลื่อนไหวผ่านปากมดลูก ซึ่งมีต่อมและน้ำเมือกที่สามารถรักษาสภาพของเชื้ออสุจิ จากนั้นจึงจะค่อยๆเคลื่อนตัวผ่านเข้าไปสู่โพรงมดลูก โดยใช้เวลา 2-3วัน ในทางตรงกันข้ามหากเป็นการฉีดผสมเทียม เชื้ออสุจิทั้งหมดจะถูกฉีดเข้าสู่โพรงมดลูก ในช่วงระยะเวลาที่ใกล้กับช่วงที่ไข่ตก โดยวิธีการสำหรับการทำการฉีดเชื้อคือ ใช้การชักนำให้ไข่ตกโดยใช้การฮอร์โมนชื่อ HCG ฉีดเพื่อชักนำการตกไข่ของฝ่ายหญิง หลังจากได้ทำการ อัลตราซาวด์แล้วได้ขนาดของไข่ในช่วงที่เหมาะสม โดยการตกไข่จะเกิดขึ้นในระยะ 36 ชั่วโมงหลังการฉีด HCG และจากนั้นการฉีดเชื้อจะทำเมื่อประมาณ 42 ชั่วโมง หลังการฉีดยาเร่งไข่ตกเพื่อที่จะให้ไข่ได้เดินทางมาสู่ท่อนำไข่ใน ระยะเวลาที่ทำการฉีดเชื้อพอดี

    วันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2557

    ICSI (Intracytoplasmic sperm injection)

    ICSI (Intracytoplasmic sperm injection)

         เป็นการปฏิสนธินอกร่างกายที่ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยในห้องปฏิบัติการ โดยสามารถแก้ปัญหาจากปัจจัยที่เกิดจากฝ่ายชายที่รุนแรงและใช้กับคู่สมรสที่ไม่สามารถปฏิสนธิได้ในรอบของการทำเด็กหลอดแก้วโดยทั่วไปโดย ICSI คือการนำเอา Spermที่ดีที่สุดหนึ่งตัวผสมต่อไข่ที่อยู่ในระยะที่เหมาะสมในการปฏิสนธิหนึ่งใบ โดยการใส่ Sperm เข้าไปในเนื้อไข่โดยตรง กระบวนการนี้จะต้องมีการกระตุ้นไข่ด้วยยาฮอร์โมนเพื่อให้ได้ไข่จำนวนหลายใบ และยังให้ผ ลการปฏิสนธิเป็นที่น่าพึงพอใจ ช่วยลดปัญหาการปฏิสนธิแบบผิดปกติอันเนื่องมาจากไข่และ Sperm เช่น การเกิดการผสม ด้วย Sperm หลายตัว, Sperm ไม่สามารถเจาะผ่านเปลือกไข่ เพื่อเข้ามาปฏิสนธิได้เป็นต้นจากนั้นตัวอ่อนจะถูกนำไปเพาะเลี้ยง ในภาวะที่เหมาะสมในห้องปฏิบัติการตัวอ่อน
    Img
    คู่สมรสที่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธี ICSI ได้แก่
         * ฝ่ายชายมีน้ำเชื้อ ที่อ่อนแอมากๆ ทั้งทางด้านรูปร่างของน้ำเชื้อ, ความสามารถในการเคลื่อนที่, รวมไปถึงจำนวนของน้ำเชื้อ
         *ฝ่ายชายที่เป็นหมันหรือทำหมัน แต่ยังคงมีการสร้างน้ำเชื้อ และสามารถนำน้ำเชื้อออกมาได้จากวิธีการผ่าตัด เช่น การทำ PESA, TESE เป็นต้น
         *คู่สมรสที่เคยไม่ประสบความสำเร็จในการปฏิสนธินอกร่างกายด้วยวิธี IVF
         *คู่สมรสที่ต้องการตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรมด้วยวิธี PCR

    Credit : http://www.worldwideivf.com

    สนใจรับคำปรึกษาในการรักษาผู้มีบุตรยากติดต่อ +66 (0) 89 213 3364 

    •  
    •  
    •  
    •  

    วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557

    IVF (In Vitro Fertilization) คืออะไร

    IVF (In Vitro Fertilization)


         เป็นการปฏิสนธิภายนอกร่างการรูปแบบหนึ่ง ที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด คือการปล่อยให้มีการคัดเลือกตามธรรมชาติ โดยอสุจิที่แข็งแรงที่สุดเท่านั้นจึงจะสามารถทำการปฏิสนธิกับไข่ได้ วิธีนี้เป็นทางเลือกหนี่งในการทำเด็กหลอดแก้ว เหมาะ สำหรับผู้ที่มีปัญหาภาวะมีบุตรยากที่ไม่รุนแรงนัก

    Img
    คู่สมรสที่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธี IVF ได้แก่
         * ฝ่ายหญิงมีความผิดปกติของท่อนำไข่ตีบหรือตันทั้งสองข้าง
         *ฝ่ายหญิงมีพังผืดในอุ้งเชิงกรานมาก และรักษาด้วยการผ่าตัดแล้วไม่ได้ผล
         *ฝ่ายหญิงมีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ และรักษาภาวะนี้แล้วด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล
         *เชื้ออสุจิฝ่ายชายคุณภาพไม่ดี ซึ่งรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล
         *เชื้ออสุจิฝ่ายชายคุณภาพไม่ดี ซึ่งรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล
         *ภาวะมีบุตรยากที่ไม่ทราบสาเหตุ
    โดยปกติแล้ว แพทย์จะใส่ตัวอ่อนมากกว่าหนึ่งตัวในเวลาเดียวกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของการรักษา แต่ทั้งนี้อาจจะทำให้มีโอกาสเกิดการตั้งครรภ์แฝดได้ โดยที่ความเป็นจริงแล้วจำนวนการใส่ตัวอ่อนเป็นหัวข้อที่ซับซ้อน

    Credit : http://www.worldwideivf.com

    สนใจรับคำปรึกษาในการรักษาผู้มีบุตรยากติดต่อ +66 (0) 89 213 3364